0
฿0.00
  • An empty cart

    You have no item in your shopping cart

แต่งคอนโดเล็กๆ ให้กลายเป็นคาเฟ่ส่วนตัว

 

เราเชื่อว่าทุกๆคนคงจะมีบ้านหรือห้องในฝันมาตั้งแต่เด็ก เมื่อถึงในช่วงวัยที่มีกำลังในการซื้อก็อยากจะเติมเต็มความฝันให้กับตัวเอง เช่นเดียวกันกับคุณเจ้าของเรื่องราวที่ Home Studio ได้นำมาแบ่งปันกันในวันนี้ ที่เขาก็อยากจะมีคอนโดเล็กๆในสไตล์คาเฟ่ส่วนตัวที่อยู่และอบอุ่นสบายใจ และเขาก็ได้เติมเต็มความฝันให้กับตัวเองด้วยการเนรมิตคาเฟ่ส่วนตัวขึ้นมา แต่จะสวยและเท่ขนาดไหนนั้น เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

 



 

คุณเจ้าของกระทู้ได้มีการซื้อคอนโดขนาด 28 ตารางเมตร โดยชั้นที่เลือกอยู่นั้นก็คือชั้น 1 เพราะว่าเขาเป็นคนที่ชื่นชอบต้นไม้อยู่แล้ว และบรรยากาศรอบข้างห้องก็เป็นสวนของทางโครงการคอนโด ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นเขาจึงตัดสินใจเลือกอยู่ชั้น 1 และจากที่ได้บอกไปว่าคุณเจ้าของกระทู้เป็นคนที่ชื่นชอบต้นไม้ จึงมีความต้องการอยากได้ห้องที่มีบรรยากาศเหมือนกับคาเฟ่ มีต้นไม้อยู่ในห้องเยอะๆ และสีของไฟเป็นสีเหลืองโทนอบอุ่น แต่ยังคงความเท่เอาไว้ในแบบห้องของผู้ชาย ซึ่งสไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการนั้นก็คือ Tropical – Loft ที่ดูโมเดิร์นหน่อยๆ โดยการตกแต่งนั้นจะใช้เป็นไม้และวัสดุที่มีพื้นผิวด้าน เลี่ยงการใช้วัสดุที่มีพื้นผิวเงาสะท้อนเพราะกลัวว่าจะออกไปทาง Luxury ผิดกับคอนเสปต์ที่ตั้งเอาไว้ ซึ่งในส่วนของการหาแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องนั้น คุณเจ้าของกระทู้แนะนำมาว่า ให้ลองไปหาดูใน Pinterest และก็ได้มีการจ้างอินทีเรียมาช่วยดูแบบให้อีกที

 

 

 

 

เจ้าของกระทู้เริ่มลงมือในส่วนแรกก็คือการ Built in ห้องนอน เนื่องจากห้องนอนมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด จากเดิมที่วางเตียง 5 ฟุตก็เต็มห้องแล้ว แต่เขาอยากให้มีพื้นที่ทำงานในห้องนอนด้วยและต้องการทำฐานเตียงแบบเป็น Step สำหรับเหยียบขึ้นไป จึงจัดการเปลี่ยนทิศทางของเตียงและมีการลดขนาดเตียงให้เล็กลง เหลือขนาด 4 ฟุตครึ่ง เพียงเท่านี้เจ้าของกระทู้ก็ได้พื้นที่สำหรับทำงานไว้ในห้องนอนแล้วล่ะครับ

 

 

 

 

บริเวณห้องครัว ที่จากเดิมของห้องตัวอย่างจะเป็นโต๊ะหันหน้าชนกัน ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นโต๊ะบาร์ ที่ให้อารมณ์เหมือนกับนั่งอยู่ในคาเฟ่

 

 

 

 

ในส่วนของฝ้าเพดานก็ได้มีการใส่รายละเอียดเพิ่มลงไปด้วยไม้ ระแนงไม้ และตะแกรงเหล็กฉีกแขวนลงมา โดยระบบงานฝ้าของคอนโดนั้นจะมีหัวดับเพลิงและตัวสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ติดอยู่ ซึ่งทางคอนโดได้แจ้งว่าห้ามมีการสร้างทับ ย้าย หรือกระทำการใดๆที่ส่งผลกระทบต่อระบบความปลอดภัยเด็ดขาด จึงมีการแก้ปัญหาด้วยการทำช่องเว้นส่วนงานระบบความปลอดภัยเอาไว้

 

 

 

 

ต่อมาคือในส่วนของงานผนังห้อง โดยคุณเจ้าของกระทู้เล่าว่า ในขั้นตอนการทาสีห้องนั้นมีการเปลี่ยนสีไปหลายรอบมาก โดยในรอบแรกนั้นได้มีการทาสีห้องในโทนเข้มลงไป ด้วยขนาดห้องที่ไม่ใหญ่มากจึงทำให้รู้สึกอึดอัดเลยจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นโทนสีใหม่

 

 

 

เมื่อทาสีใหม่ ก็ได้มีการดรอปเฉดสีลงมาให้อ่อนลง แต่ก็ยังไม่ตรงตามใจเพราะลืมนึกถึงสีของไฟในห้องที่เป็นแสง Warm Light ทำให้สีเพี้ยนจากที่ดูในแคตตาล็อก จึงต้องมีการเทียบสีหลายเฉด จนในที่สุดก็จบลงที่สีนี้ (TOA 8351 Tree of Life)

 

 

 

 

ในส่วนของผนังห้องครัวนั้น ใช้เป็นสีซีเมนต์ โดยสีนั้นจะมี Texture ดูดิบๆ เป็นธรรมชาติ แล้วก็มีการใช้ตัวอิฐเทียมติดผนัง ซึ่งออกมาดูสมจริงเลยทีเดียวแต่ก็มีน้ำหนักพอควร หากคิดจะติดตั้งอิฐแบบนี้ก็อาจจะต้องดูผนังกันสักหน่อยว่าเหมาะหรือไม่ การติดตั้งอิฐทียมนั้นใช้เทคนิคการติดตั้งแบบ Over Grouting คือใช้ตัวปูนยาแบบเต็มๆร่องให้ออกมาล้นจนเลอะอิฐหน่อยๆ เพื่อให้ดูดิบและ Loft ยิ่งขึ้น

 

 

 

 

และงานบิลต์สุดท้ายของคุณเจ้าของกระทู้นั้นเป็นงานเหล็ก ก็คือฝ้าตะแกรงเหล็ก ชั้นวางของเหล็กและประตูที่มีการรื้อประตูเดิมออก เปลี่ยนเป็นใช้ประตูกระจกกรอบเหล็กสีดำด้านแทน

 

 

 

 

 

ส่วนหน้าต่างในห้องนอนนั้นแทนที่จะติดผ้าม่าน คุณเจ้าของกระทู้ก็ได้ใช้เป็นมู่ลี่ไม้แทน เพราะเขาอยากจะได้ความเป็นไม้ให้กับห้องนอน และข้อดีของมู่ลี่ก็คือสามารถปรับการรับแสงและการรับวิวจากด้านนอกได้ตามความต้องการ

 

 

 

ในส่วนของไฟนั้นเจ้าของกระทู้ก็ได้มีการติดไฟเพิ่มโดยใช้เป็นไฟแทรคไลท์เข้าราง 3 จุดคือห้องนั่งเล่น 2 จุดและห้องครัวอีก 1 จุด และมีการใช้ดาวน์ไลท์ติดลอยกับไฟเส้น LED ที่ห้องนอน เพื่อเพิ่มแสงไว้กับห้อง และช่วยปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องได้เป็นอย่างดี

 

 

 

และแล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือข้าวของเครื่องใช้ ของตกแต่งห้อง และต้นไม้ โดยคุณเจ้าของกระทู้จะเน้นเป็นงานหวาย เครื่องจักสาน หรือไม่ก็ใช้งานเหล็กสีดำด้านแบบ Loft ไปเลย

 

 

 

และเมื่อทักห้องผ่านการตกแต่งจนเสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น ก็ออกมาราวกับคาเฟ่ตรงตามความต้องการของคุณเจ้าของกระทู้เลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และนี่ก็เป็นคอนโดสไตล์คาเฟ่ของคุณเจ้าของกระทู้ที่ออกมาดูน่ารัก อบอุ่น และน่าอยู่มากๆ ซึ่งคุณเจ้าของกระทู้ก็ได้เล่าทิ้งท้ายเอาไว้ว่า เมื่อเข้ามาอยู่จริงก็มีปัญหาอยู่บ้าง คือเหล่าต้นไม้ที่นำไปปลูกไว้ในห้อง ด้วยทิศทางของห้องนั้นไม่ใช่มุมรับแสงแดด ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีที่ห้องจะได้มีความร่มรื่น แต่ก็มีข้อเสียคือแสงแดดไม่สามารถส่องเข้ามาถึงต้นไม้เหล่านั้นได้ทำให้ต้องดูแลยากนิดหน่อย สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหาเดียวกันคุณเจ้าของกระทู้ก็ได้แนะนำต้นไม้ตระกูลพลูสำหรับใช้ปลูกในบ้านเพราะดูแลง่าย นอกจากนี้ก็ยังมีต้นเสน่ห์ขุนแผน ต้นแก้วสารพัดนึก ต้นลิ้นมังกรที่มีความทนทานและดูแลรักษาง่ายมากๆเช่นกัน

 

•นอกจากนี้คุณเจ้าของกระทู้ก็ได้มีการอธิบายรายละเอียดค่าใช้จ่ายคร่าวๆเอาไว้ดังนี้•

งานบิลต์อิน (เฟอร์บิลต์ทั้งหมด, งานฝ้าเพดานไม้, งานผนัง) + ค่าก่อสร้าง

  • 360,000 บาท

งานเหล็ก (ฝ้าตะแกรงเหล็ก2จุด, ชั้นเหล็ก, ประตูกระจกกรอบเหล็ก)

  • 28,200 บาท

งานไฟ (โคมแทรคไลท์เข้าราง 9 โคมพร้อมหลอด, ราง 3 ราง, โคมดาวน์ไลท์ติดลอย 2 โคมพร้อมหลอด)

  • 10,776 บาท

เฟอร์ลอย (เก้าอี้หวายโครงเหล็ก แบบบาร์ 2 ตัว, นั่งทำงาน, โต๊ะหวายโครงเหล็ก, โซฟา)

  • 31,500 บาท

มูลี่ไม้ 2 จุด (ห้องนอน+ห้องครัว)

  • 14,900 บาท

ฟูกชุดเครื่องนอน ของตกแต่ง ข้าวของเครื่องใช้ หม้อ ไห แจกัน ต้นไม้ กระถาง

  • 45,000 บาท

 

 

เป็นยังไงกันบ้างครับกับคาเฟ่ของคุณเจ้าของกระทู้ที่นำมาแบ่งปันกันในวันนี้ พูดเลยว่าน่าอยู่และดูอบอุ่นมากๆ น่าจะถูกใจใครหลายคนเลยนะครับ หากใครที่ชื่นชอบต้นไม้ รักในความเป็นธรรมชาติและหลงใหลในสไตล์  Tropical-Loft ไอเดียเหล่านี้ถือว่าเป็นไอเดียที่ดีที่คุณสามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างและต่อยอด ดัดแปลงให้เข้ากับบ้านและห้องของคุณได้ ก็ต้องขอขอบคุณ คุณสมาชิกหมายเลข 5042914 ด้วยนะครับสำหรับข้อมูลดีๆแบบนี้ ทางโฮมสตูดิโอก็หวังว่าเรื่องราวของคุณเจ้าของกระทู้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ได้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ และวันนี้ Home Studio ก็ต้องขอจบเรื่องราวการรีโนเวทบ้านของวันนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ ในโอกาสหน้านั้นเราจะนำไอเดียดีๆอะไรมานำเสนอก็ต้องรอติดตามกันนะครับ

 



 

Cr. ขอขอบคุณ คุณสมาชิกหมายเลข 5042914